รับซื้อมือถือมือสอง ตรวจเช็คยังไง? 5 ขั้นก่อนจ่ายเงินให้ผู้ขาย

ทีมงาน Poring Fix · เผยแพร่ · อ่าน 8 นาที

เจ้าของร้านมือถือตรวจเช็กมือถือมือสองที่ลูกค้านำมาขาย โดยดูหน้าจอตั้งค่าและบัตรประชาชนของผู้ขายบนเคาน์เตอร์

คำตอบสั้นๆ: ก่อนรับซื้อมือถือมือสอง ให้เช็กตามลำดับ: เครื่องต้องปลดล็อก iCloud หรือบัญชี Google แล้ว ไม่มีล็อกไฟแนนซ์หรือ MDM, IMEI จาก *#06# ตรงกับในการตั้งค่า ถาดซิม และกล่อง, สภาพจอ แบต และอะไหล่ตรงกับราคา แล้วจดชื่อ เลขบัตรประชาชน เบอร์โทร และลายเซ็นผู้ขายไว้เป็นหลักฐานว่ารับซื้อโดยสุจริต ข้อไหนไม่ผ่านให้ไม่รับซื้อ

การรับซื้อมือถือมือสองพลาดได้ 2 แบบ แบบแรกคือได้เครื่องที่ขายต่อไม่ได้ เช่น ติดล็อกบัญชี หรือติดล็อกไฟแนนซ์ แบบที่สองแพงกว่ามาก คือได้เครื่องที่มีเจ้าของตามหาซึ่งทำให้ร้านต้องไปอธิบายกับตำรวจ ทั้งสองแบบกันได้ด้วยการเช็กตามลำดับเดียวกันทุกครั้ง ก่อนจ่ายเงินให้ผู้ขาย

ก่อนรับซื้อมือถือมือสอง ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ต้องเช็กให้ครบ 3 เรื่อง ได้แก่ เครื่องไม่ติดล็อก ตัวเลขบนเครื่องตรงกันทุกที่ และสภาพจริงตรงกับราคา จากนั้นจึงจดข้อมูลผู้ขายไว้เป็นหลักฐาน เรียงตามลำดับนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลาตีราคาเครื่องที่สุดท้ายรับไม่ได้:

ลำดับเช็กอะไรถ้าไม่ผ่าน
1. ล็อกบัญชีiPhone ปิด “ค้นหาของฉัน” แล้ว / Android ออกจากบัญชี Google แล้วไม่รับซื้อ จนกว่าเจ้าของจะปลดเองต่อหน้า
2. ล็อกไฟแนนซ์ / MDMไม่มีโปรไฟล์จัดการอุปกรณ์ หรือแอปผ่อนที่ล็อกเครื่องไม่รับซื้อ เครื่องอาจยังผ่อนไม่หมด
3. IMEI / Serialเลขจาก *#06# ตรงกับในเมนูตั้งค่าและถาดซิมหรือกล่องไม่รับซื้อ อาจเปลี่ยนบอร์ดหรือแก้เลข
4. สภาพและอะไหล่จอ แบต กล้อง สแกนหน้า/นิ้ว ลำโพง ชาร์จ และประวัติเปลี่ยนอะไหล่ลดราคาตามรายการที่ต้องซ่อม
5. ผู้ขายบัตรประชาชน ชื่อ เบอร์โทร และลายเซ็นในบันทึกรับซื้อไม่รับซื้อ ถ้าผู้ขายไม่ยอมแสดงตัวตน

เช็กว่า iPhone ติด iCloud (ค้นหาของฉัน) ยังไง?

ให้ผู้ขายเปิด การตั้งค่า > [ชื่อผู้ใช้] > ค้นหาของฉัน ต่อหน้าร้าน ถ้า “ค้นหา iPhone ของฉัน” ยังเปิดอยู่ แสดงว่าเครื่องยังผูกกับ Apple ID ของใครบางคน วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือให้ผู้ขายออกจากระบบ Apple ID และลบเครื่องทั้งหมดเอง (การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > ลบเนื้อหาและการตั้งค่าทั้งหมด) แล้วเปิดเครื่องใหม่ให้เห็นหน้าตั้งค่าเริ่มต้น โดยไม่มีหน้าจอถามรหัส Apple ID

Apple ปิดหน้าเว็บที่ให้คนทั่วไปเช็กสถานะล็อกจาก IMEI ไปนานแล้ว เว็บที่อ้างว่าเช็ก iCloud จาก IMEI ได้จึงเชื่อถือไม่ได้ ต้องเช็กจากตัวเครื่องจริงเท่านั้น และถ้าเครื่องติดล็อก ทางเดียวที่ปลดได้คือเจ้าของบัญชีปลดเอง Apple ไม่ปลดให้คนที่ซื้อเครื่องต่อมา

อย่าให้ผู้ขายบอกรหัสกับร้าน

ให้ผู้ขายพิมพ์รหัส Apple ID เองบนเครื่อง ร้านไม่ควรจดหรือรู้รหัสของลูกค้า และถ้าผู้ขายบอกว่า “จำรหัสไม่ได้ เดี๋ยวส่งให้ทีหลัง” ให้ถือว่าเครื่องนั้นยังรับไม่ได้

Android ติดล็อก Google (FRP) เช็กยังไง?

ให้ผู้ขายลบบัญชี Google ออกจากเครื่องก่อน (การตั้งค่า > บัญชี > Google > ลบบัญชี) แล้วจึงรีเซ็ตเครื่อง จากนั้นเปิดเครื่องใหม่ ถ้าตอนตั้งค่าเครื่องมีหน้าจอให้ใส่บัญชี Google เดิมเพื่อยืนยัน แปลว่ายังติด FRP อยู่ ลำดับสำคัญมาก ถ้ารีเซ็ตก่อนลบบัญชี เครื่องจะล็อกทันที เครื่อง Samsung ให้เช็กบัญชี Samsung ด้วย เพราะมีระบบล็อกของตัวเองแยกจาก Google

รู้ได้ยังไงว่าเครื่องติดไฟแนนซ์หรือยังผ่อนไม่หมด?

ให้ดูว่ามีโปรไฟล์จัดการอุปกรณ์ (MDM) หรือแอปของบริษัทผ่อนติดอยู่ในเครื่องหรือไม่ ถ้ามีแปลว่าเครื่องอาจยังผ่อนไม่หมด และถูกล็อกจากระยะไกลได้แม้ตอนที่เครื่องอยู่ในมือร้านแล้ว

  • iPhone: การตั้งค่า > ทั่วไป > VPN และการจัดการอุปกรณ์ ต้องไม่มีโปรไฟล์ของบริษัทหรือร้านอื่น ถ้ามีหน้า “การจัดการระยะไกล” โผล่ตอนตั้งค่าเครื่องใหม่ แปลว่าเครื่องลงทะเบียนกับองค์กรไว้
  • Android: ดูในการตั้งค่า > ความปลอดภัย > แอปผู้ดูแลอุปกรณ์ ว่ามีแอปผ่อนหรือแอปล็อกเครื่องหรือไม่
  • ถามตรงๆ ว่าเครื่องซื้อสดหรือผ่อน และขอดูใบเสร็จหรือหลักฐานว่าผ่อนครบแล้ว

ถ้าร้านเองก็ขายผ่อน เรื่องนี้ใช้กลับกันได้ ดูได้ที่ ระบบผ่อนมือถือสำหรับร้าน

ต้องเช็ก IMEI ยังไง และเช็กได้แค่ไหน?

ให้กด *#06# ดูเลข IMEI แล้วเทียบกับเลขในเมนูตั้งค่า เลขบนถาดซิมหรือตัวเครื่อง และเลขบนกล่อง ถ้าผู้ขายนำกล่องมาด้วย ทุกเลขต้องตรงกัน ถ้าไม่ตรงอาจเป็นเครื่องเปลี่ยนบอร์ดหรือถูกแก้เลข ให้ไม่รับซื้อ

สิ่งที่ต้องรู้คือ ในไทยยังไม่มีหน้าเว็บทางการที่ร้านพิมพ์ IMEI แล้วรู้ทันทีว่าเครื่องถูกแจ้งหายหรือไม่ เว็บเช็ก IMEI ออนไลน์ช่วยได้แค่ยืนยันว่ารุ่นตรงกับเลข IMEI แต่ไม่ได้รับรองว่าเครื่องไม่ใช่ของโจร สิ่งที่ปกป้องร้านได้จริงคือหลักฐานว่าร้านรับซื้อโดยสุจริต ซึ่งอยู่ในหัวข้อเอกสารผู้ขายด้านล่าง

เคล็ดลับ

ถ่ายรูปหน้าจอ *#06# และหน้า “เกี่ยวกับ” ในการตั้งค่า เก็บไว้กับรายการรับซื้อ ถ้ามีปัญหาในภายหลัง จะยืนยันได้ว่าเลขที่ร้านรับมาคือเลขไหน

เช็กสภาพเครื่อง แบต และอะไหล่แท้ยังไง?

ให้เช็กเฉพาะสิ่งที่มีผลต่อราคาขายต่อ แล้วหักค่าซ่อมออกจากราคารับซื้อ ไม่ต้องเทสต์ทุกฟังก์ชันจนเสียเวลา:

  1. แบตเตอรี่: iPhone ดูที่การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่ ถ้าขึ้นข้อความว่า “ไม่ทราบชิ้นส่วน” แปลว่าเคยเปลี่ยนแบตที่ไม่ใช่ของแท้ ส่วน Android หลายรุ่นดูได้จากแอปดูแลเครื่อง
  2. ประวัติอะไหล่: iPhone รุ่นใหม่ๆ มีเมนู การตั้งค่า > ทั่วไป > เกี่ยวกับ > ชิ้นส่วนและประวัติการซ่อม ถ้ามีจอ แบต หรือกล้องที่ไม่ใช่ของแท้ จะขึ้นแจ้งไว้
  3. จอ: เปิดภาพสีขาวและสีดำเต็มจอเพื่อหาจุดเสีย เส้น หรือจอเบิร์น แล้วลากไอคอนไปทั่วจอเพื่อเช็กทัชทุกมุม
  4. สแกนหน้า / สแกนนิ้ว: ลองตั้งค่าใหม่ เพราะถ้าเสียจะซ่อมยากและแพง
  5. กล้อง ลำโพง ไมค์ ชาร์จ สัญญาณ: ถ่ายรูปทั้งกล้องหน้าและหลัง โทรออก อัดเสียง เสียบสายชาร์จ และใส่ซิมทดสอบ
  6. ตัวเครื่อง: ดูรอยแตก ฝาหลังบวม น็อตถูกขัน และรอยงัดขอบจอ ซึ่งบอกว่าเคยเปิดเครื่อง

ถ้าต้องซ่อมก่อนขาย ให้ตีราคาค่าซ่อมตามจริงแล้วหักออกจากราคารับซื้อ ดูวิธีคิดต้นทุนได้ที่ วิธีตั้งราคาค่าซ่อมมือถือ

ต้องเก็บเอกสารอะไรจากผู้ขาย?

ต้องเก็บชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทร วันที่รับซื้อ ราคาที่จ่าย และ IMEI หรือ Serial ของเครื่อง พร้อมให้ผู้ขายเซ็นรับรองว่าเป็นเจ้าของเครื่องจริง ถ่ายสำเนาบัตรโดยเขียนกำกับว่าใช้เพื่อรับซื้อเครื่องนี้เท่านั้น และถ่ายรูปผู้ขายคู่กับเครื่องถ้าผู้ขายยินยอม ข้อมูลชุดนี้คือหลักฐานว่าร้านซื้อมาโดยสุจริต ถ้าวันหนึ่งเครื่องถูกแจ้งว่าหาย

ในด้านกฎหมาย ธุรกิจที่รับซื้อของใช้แล้วมาขายต่ออยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ซึ่งกำหนดให้ผู้ค้าของเก่าต้องมีใบอนุญาต และทำบัญชีสิ่งของที่รับซื้อ กรมการปกครองออกใบอนุญาตนี้ผ่านที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต ปลายปี 2568 กระทรวงมหาดไทยเปิดให้ทำบัญชีรับซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว

เช็กกับหน่วยงานในพื้นที่

รายละเอียดว่าร้านมือถือแบบไหนต้องขอใบอนุญาต และบัญชีต้องมีช่องอะไรบ้าง ให้สอบถามที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตของร้าน หรือปรึกษานักกฎหมาย บทความนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และสำเนาบัตรประชาชนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ต้องเก็บให้ปลอดภัยและใช้ตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

จดบันทึกรับซื้อลงสมุดหรือลงระบบดีกว่า?

ถ้าร้านรับซื้อเดือนละไม่กี่เครื่อง สมุดก็พอ แต่เมื่อรับซื้อบ่อยขึ้น ระบบจะช่วยได้ 2 เรื่องที่สมุดทำไม่ได้ คือค้นหาย้อนหลังจาก IMEI ได้ทันทีเมื่อมีคนมาถาม และผูกต้นทุนรับซื้อเข้ากับสต๊อก จึงรู้กำไรจริงตอนขายออก

สมุดรับซื้อลงระบบ
ค้นหาจาก IMEIไล่หาทีละหน้าพิมพ์ค้นหาได้ทันที
ข้อมูลผู้ขายลายมือ อ่านยากชื่อ เบอร์ เลขบัตร วันที่รับซื้อ ครบทุกรายการ
ต้นทุนและกำไรคำนวณเองตอนขายราคารับซื้อเป็นต้นทุนของเครื่องนั้นเลย
ขายต่อถ่ายรูปโพสต์เองลงหน้าร้านออนไลน์จากสต๊อกได้

ถ้ายังจดทุกอย่างใน Excel ดูข้อดีข้อเสียได้ที่ ร้านมือถือใช้ Excel พอไหม ส่วนการคุมสต๊อกเครื่องด้วย IMEI หลังรับซื้อ ดูได้ที่ ทำสต๊อกมือถือด้วย IMEI

สรุป

รับซื้อมือถือมือสองให้ปลอดภัย ให้เช็กตามลำดับเดิมทุกครั้ง: ล็อกบัญชี → ล็อกไฟแนนซ์ → IMEI ตรงกันทุกที่ → สภาพและอะไหล่ → จดข้อมูลผู้ขายพร้อมลายเซ็น ถ้าข้อไหนไม่ผ่าน ให้ปฏิเสธแม้ราคาจะดูคุ้ม เพราะเครื่องที่ติดล็อกหรือมีเจ้าของตามหา ทำให้ร้านเสียมากกว่ากำไรที่ได้ ส่วนเครื่องที่รับมาซ่อม ให้ใช้ ใบรับซ่อมที่มีช่องครบ เป็นหลักฐานแบบเดียวกัน

ใน Poring Fix การลงเครื่องแบบ “มือสอง (รับซื้อ)” จะบังคับกรอก IMEI และ Serial พร้อมช่องชื่อผู้ขาย เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน วันที่รับซื้อ และราคารับซื้อเป็นต้นทุน เมื่อบันทึกแล้วเครื่องจะเข้าสต๊อกพร้อมขายต่อทันที ทดลองใช้ฟรี 30 วัน

บทความอื่น