ร้านมือถือหลายร้านนับสต๊อกแบบ “iPhone 13 128GB เหลือ 3 เครื่อง” ซึ่งพอใช้ได้จนวันที่เครื่องหายไปหนึ่งเครื่อง หรือลูกค้าเอาเครื่องมาเคลมแล้วร้านตอบไม่ได้ว่าเครื่องนี้ขายออกไปจากร้านเราจริงไหม วันนั้นร้านจะรู้ว่าตัวเลข 3 ไม่ได้บอกอะไรเลย สิ่งที่ต้องรู้คือเครื่องไหนอยู่ที่ไหน และเลขที่บอกได้ก็คือ IMEI
ทำไมร้านมือถือต้องทำสต๊อกด้วย IMEI แทนการนับจำนวน?
เพราะมือถือแต่ละเครื่องมีราคาสูงและไม่เหมือนกัน การนับจำนวนบอกได้แค่ว่าขาดไปกี่เครื่อง แต่ IMEI บอกได้ว่าขาดเครื่องไหน ขายให้ใคร ราคาเท่าไหร่ และรับเข้ามาจากใคร เรื่องที่ IMEI ช่วยได้จริงมีสี่เรื่อง:
- เครื่องหายหรือถูกสลับ รู้ทันทีว่าเครื่องไหนหาย ไม่ใช่แค่รู้ว่ายอดไม่ตรง
- ลูกค้ามาเคลม เทียบ IMEI กับประวัติขายได้ว่าเครื่องนี้ออกจากร้านเราวันไหน อยู่ในประกันหรือไม่
- เครื่องรับซื้อมือสอง ผูกเครื่องกับชื่อ เบอร์ และเลขบัตรของคนขาย ถ้าวันหลังมีปัญหาจะย้อนดูได้
- กำไรรายเครื่อง มือสองแต่ละเครื่องต้นทุนไม่เท่ากัน ต้องรู้ต้นทุนของเครื่องนั้นถึงจะรู้ว่าขายแล้วได้กำไรจริงเท่าไหร่
IMEI กับ Serial Number ต่างกันอย่างไร ควรจดอะไร?
IMEI คือเลข 15 หลักที่ใช้ระบุตัวเครื่องบนเครือข่ายมือถือ ส่วน Serial Number คือเลขที่ผู้ผลิตใช้ระบุเครื่อง ควรจด IMEI เป็นหลัก และจด Serial ด้วยถ้าเป็นเครื่องที่ไม่มีซิม เช่น iPad Wi-Fi หรือแท็บเล็ตบางรุ่น
| IMEI | Serial Number | |
|---|---|---|
| รูปแบบ | ตัวเลข 15 หลัก | ตัวเลขผสมตัวอักษร แล้วแต่ยี่ห้อ |
| ดูได้จาก | กด *#06#, หน้าการตั้งค่า, ถาดซิมหรือกล่อง | หน้าการตั้งค่า > เกี่ยวกับเครื่อง, กล่อง |
| เครื่องสองซิม | มี 2 เลข จดทั้งคู่ หรืออย่างน้อยเลขแรก | มีเลขเดียว |
| เครื่องไม่มีซิม | ไม่มี | ใช้เลขนี้แทน |
เคล็ดลับ
*#06# ที่ตัวเครื่องแล้วเทียบกับกล่องทุกครั้งทำสต๊อก IMEI ต้องเริ่มอย่างไร?
เริ่มจากกฎข้อเดียว: ทุกเครื่องที่เข้าร้านต้องมีหนึ่งรายการ และปิดรายการเมื่อเครื่องออกจากร้านแล้วทำตามวงจรนี้ทุกครั้ง
- รับเข้า บันทึกยี่ห้อ รุ่น สี ความจุ IMEI ต้นทุน และที่มา (ซื้อจากตัวแทน รับซื้อจากลูกค้า หรือหลุดจำนำ) ถ้าเป็นมือสองให้จดเกรด สภาพ และถ่ายรูปไว้
- ติดป้าย ติดสติกเกอร์หลัง 4–6 ตัวท้ายของ IMEI ที่เครื่องหรือซองใส่เครื่อง ค้นหาในระบบได้เร็ว
- จอง ลูกค้ามัดจำไว้ ให้เปลี่ยนสถานะเป็นจอง เครื่องจะได้ไม่ถูกขายซ้ำ
- ขาย ปิดรายการด้วยราคาขายจริง วันที่ และคนขาย พิมพ์ IMEI ลงใบเสร็จ
- คืน / เคลม ค้นจาก IMEI บนเครื่องที่ลูกค้าถือมา ดูได้ทันทีว่าขายไปวันไหน ราคาเท่าไหร่
ถ้าร้านรับซื้อมือสองด้วย ให้ตรวจเครื่องก่อนรับเข้าสต๊อกทุกครั้ง อ่านขั้นตอนได้ใน วิธีเช็กก่อนรับซื้อมือถือมือสอง
อะไหล่และอุปกรณ์เสริม ต้องทำสต๊อกแบบ IMEI ด้วยไหม?
ไม่ต้อง อะไหล่ ฟิล์ม เคส สายชาร์จ นับเป็นจำนวนก็พอ เพราะแต่ละชิ้นเหมือนกันและราคาต่อชิ้นไม่สูง ที่สำคัญคือต้องมีประวัติว่าของเข้าออกเพราะอะไร
| ตัวเครื่องมือถือ | อะไหล่ / อุปกรณ์เสริม | |
|---|---|---|
| นับแบบ | รายเครื่อง ตาม IMEI | ตามจำนวน ตามบาร์โค้ดหรือรหัสสินค้า |
| ต้นทุน | ของเครื่องนั้น | ต่อชิ้น ตามรอบที่รับเข้า |
| ที่ต้องจดเพิ่ม | เกรด สภาพ รูป ที่มา คนขาย | จุดสั่งซื้อซ้ำ (เหลือกี่ชิ้นให้สั่งเพิ่ม) |
| ความเสี่ยงหลัก | หาย สลับ เคลมไม่ได้ | ของขาดโดยไม่รู้ตัว ใช้ในงานซ่อมแล้วไม่ตัดสต๊อก |
อะไหล่ที่ถูกเบิกไปใช้ในงานซ่อมต้องตัดสต๊อกทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นยอดจะไม่ตรง และคิดต้นทุนงานซ่อมผิด ถ้าอยากรู้ว่าต้นทุนอะไหล่ควรไปอยู่ในราคาค่าซ่อมอย่างไร อ่าน วิธีตั้งราคาค่าซ่อมมือถือ
ควรตรวจนับสต๊อกมือถือบ่อยแค่ไหน?
ตัวเครื่องควรนับทุกวันตอนปิดร้าน ส่วนอะไหล่และอุปกรณ์นับเดือนละครั้ง หรือนับเฉพาะรายการที่ขายเร็วทุกสัปดาห์ การนับเครื่องทุกวันใช้เวลาไม่กี่นาทีถ้ามีรายการ IMEI อยู่แล้ว:
- เปิดรายการเครื่องที่สถานะ “อยู่ในสต๊อก” และ “จอง”
- หยิบเครื่องทีละเครื่อง เทียบ 4–6 ตัวท้ายของ IMEI กับรายการ
- เครื่องที่มีในรายการแต่ไม่เจอ ให้ตามทันทีวันนั้น อย่ารอสิ้นเดือน
- เครื่องที่เจอแต่ไม่มีในรายการ แปลว่ามีคนรับเข้าโดยไม่บันทึก ให้บันทึกย้อนพร้อมที่มา
แยกหน้าที่คนนับกับคนขาย
ใช้ Excel ทำสต๊อก IMEI ได้ไหม?
ได้ ถ้าร้านมีเครื่องไม่กี่สิบเครื่องและมีคนดูแลไฟล์คนเดียว ปัญหาเริ่มเมื่อมีหลายคนขาย: ไฟล์ไม่อัปเดตทันที ไม่มีประวัติว่าใครแก้อะไร และต้องค้นเองทีละแถว เปรียบเทียบละเอียดได้ใน Excel กับโปรแกรมร้านซ่อมมือถือ ต่างกันอย่างไร
Poring Fix ทำสต๊อกมือถือแบบนี้อย่างไร?
Poring Fix แยกสต๊อกเป็นสองแบบตามที่เล่ามาข้างบน:
- สต๊อกมือถือรายเครื่อง แต่ละเครื่องเก็บยี่ห้อ รุ่น สี ความจุ IMEI และ Serial เกรด สภาพ รูป ต้นทุนและราคาขาย มีสถานะ อยู่ในสต๊อก / จอง / ขายแล้ว และบันทึกที่มาว่าลงเอง รับซื้อ หรือหลุดจำนำ ถ้ารับซื้อจะเก็บชื่อ เบอร์ และเลขบัตรของคนขายไว้กับเครื่อง ค้นหาได้จากรุ่นหรือเลข IMEI
- สต๊อกสินค้าและอะไหล่ นับตามจำนวน สแกนบาร์โค้ดรับของเข้าได้ครั้งละชิ้น มีประวัติการเคลื่อนไหวแยกเป็น รับเข้า ขาย ปรับยอด ตรวจนับ และคืน ตั้งจุดสั่งซื้อซ้ำเพื่อเตือนของใกล้หมด และการตรวจนับเปิดให้เฉพาะเจ้าของร้าน
สรุป
ตัวเครื่องมือถือให้ทำสต๊อกรายเครื่องด้วย IMEI ส่วนอะไหล่และอุปกรณ์นับตามจำนวนพร้อมประวัติเข้าออก ทุกเครื่องต้องมีรายการตั้งแต่รับเข้าจนขายออก และนับเครื่องทุกวันก่อนปิดร้าน ถ้าอยากลองระบบที่แยกสองแบบนี้ให้แล้ว Poring Fix ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
